| Aeh's profileรื่นร๊มย์ รื่นรมย์BlogLists | Help |
รื่นร๊มย์ รื่นรมย์ |
|||||
|
|
June 04 แตกแล้ว!!เหตุเพราะเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เราทำในชีวิตประจำวันนั้นส่อสันดานของเรา จึงไม่แปลกที่ต้นเหตุแห่งความแตกแยกจะเป็นเพราะเรื่องเล็กๆ น้อยๆ มากกว่าเรื่องคอขาดบาดตาย เหมือนหยดน้ำที่ทิ้งตัวลงบนก้อนหินทีละหยดนั่นล่ะ ถึงเวลาที่หินมันกร่อนแล้ว ก็ไม่มีทางจะกลับมาเต็มก้อนได้อีก (ดังนั้น...ไม่ควรวางก้อนหินไว้ในที่ที่มีน้ำหยด?) จบข่าว January 02 George A. Romero's Diary of the Deadกลับมาอีกแล้วฮ่ะ กับผู้กำกับหนังซอมบี้โหดตระกูล of the Dead ในภาคนี้ ผู้กำกับเลือกที่จะเล่าเรื่องผ่านสายตาของ "กล้อง" ไม่ว่าจะเป็นกล้องรายการข่าวโทรทัศน์ กล้องวีดีโอ โทรศัพท์มือถือ หรือแม้กระทั่งกล้องวงจรปิดในโรงพยาบาลและบ้านคน เพื่อทำให้มันกลายเป็นเรียลลิตี้่ที่หลอนแม้กระทั่งเวลาเราเดินออกจากโรงฉายแล้วก็ตาม เรื่องเล่าว่าด้วยนักศึกษาเอกภาพยนตร์กลุ่มหนึ่งติดตามถ่ายทำความเป็นไปของเหตุการณ์ที่คนตายลุกขึ้นมาเป็นซอมบี้ไล่ฆ่าคนโดยไม่รู้สาเหตุ ตั้งแต่ต้นจนจบไม่มีใครรู้ที่มาที่ไป ไม่มีเฉลยว่านี่เป็นโรคระบาด อาวุธชีวภาพ หรือการก่อการร้ายอย่างที่หนังสูตรซอมบี้ชอบทำกันจนเกร่อ และไม่มีบทสรุปว่าท้ายสุดแล้วนักศึกษากลุ่มนี้จะรอดชีวิตไปได้หรือไม่ เราเห็นภาพเกือบตลอดทั้งเรื่องผ่านกล้องของนักศึกษาคนหนึ่งที่บอกกับเพื่อนๆ ว่าเขาต้องบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดและถ่ายทอดให้โลกได้เห็นเรื่องจริง (ที่แม่นยำยิ่งกว่าคลิปวีดีโอนับหมื่นแสนในโลกอินเทอร์เน็ตหรือแม้กระทั่งข่าวซีเอ็นเอ็น) โดยไม่สนใจแม้ว่าเพื่อนๆ ในกลุ่มจะถูกซอมบี้ฆ่าตายไปทีละคน มีแฟนสาวให้เสียง voice over เพื่อให้เราเข้าใจความเป็นไปและยังเป็นตัวช่วยสรุป point ของหนังแบบโจ่งแจ้งไม่ต้องมาเดาอีกให้ยุ่งยาก หนังเรื่องนี้เสียดสีเทคโนโลยีการสื่อสารและบอกให้เรารู้ว่า เมื่อข้อมูลข่าวสารทำให้เราเห็นภาพที่อยู่ไกลตัวได้ใกล้ขึ้น อำนาจของกล้องก็ทำให้เราแบ่งแยกสิ่งที่เรา "เห็น" "เข้าใจ" และ "รู้สึก" ออกจากกัน จนบางครั้งสิ่งที่อยู่ใกล้แค่คืบก็กลับกลายเป็นเรื่องไกลตัวไปได้ และในโลกที่ข้อมูลจำนวนล้านถาโถมเข้ามาหาเรา การขุดคุ้ย "ความจริง" ในข้อมูลเหล่านั้นก็อาจไม่สำคัญเท่าการเข้าใจความจริงที่อยู่ในตัวเราเอง เพราะเมื่อเราไม่รู้ว่าตนกำลังทำอะไรอยู่ ท้ายที่สุดเราอาจจะกลายเป็นผีดิบฟอนเฟะที่ฆ่าไม่ตาย แต่ไล่ทำลายล้างกันเองจนสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ไปก็ได้ หมายเหตุ : ตอนเข้าโรงไม่คิดว่ามันจะมีสาระขนาดนี้ แค่อยากดูหนังซอมบี้ไล่ฆ่าคนเฉยๆ แต่ดูจบแล้วก็โอเค คนที่อยากดูไม่เอาสาระก็ยังได้อยู่ ตอนต้นๆ อาจรู้สึกมึนเล็กน้อยเพราะไม่ชินกับกล้องที่ส่ายไปส่ายมา แต่พอปรับได้แล้วก็สนุกสนานทีเดียว ความสุขที่คุณไม่ต้องดื่มก็ได้หยิบหนังสือออกจากถุง ชื่นชมความงามของหน้าปกทีละเล่ม พลิกหน้ากระดาษดูไวๆ ตั้งแต่หน้าแรกจนหน้าสุดท้าย ดมกลิ่นหอมกระดาษใหม่ ถอดปกพลาสติกออก แกะป้ายราคาเหลือปกหลังเนียนสวย ห่อปกกลับคืน ปกไหนเสียค่อยบรรจงห่อใหม่ เลือกหยิบออกมาหนึ่งเล่ม จัดวางที่เหลือเข้าชั้นตรงโซนหนังสือใหม่ (รวมกับหนังสือเก่าที่ยังไม่ได้อ่านอีกกองเบ้อเริ่ม) ค่อยๆ เปิดเล่มที่เราเลือกแล้ว อ่านชื่อกองบรรณาธิการ สำรวจชื่อคนวาดภาพประกอบ (ถ้ามี) และคนทำอาร์ตหน้าปก (จะดีใจมากถ้าเป็นคนที่เราชอบอยู่แล้ว) พลิกไปอ่านคำนำ enjoy reading จนจบ (ทุกอิริยาบถ เปิดซาวด์แทร็กเพลงที่ชอบอยู่ในใจ และฮัมเพลงตามเป็นบางเวลา) อ่านแล้วอิ่มอกอิ่มใจ ค่อยเลือกอ่านเล่มต่อไป อ่านแล้วหดหู่ เสียดายเงิน ก็อ่านเล่มใหม่ที่ทำให้เบิกบาน โย่ว~ October 20 Imperfection is beautiful น้องเอ๋ย ไม่มีใครในโลกนี้เลยที่จะสมบูรณ์พร้อมไปซะทุกอย่าง ในโลกเบี้ยวๆ ใบนี้ ทุกคนก็เป็นชิ้นส่วนที่แหว่งวิ่นกันทั้งนั้นแหละ บ้างก็ถูกคนอื่นเค้าทุบหัว กรีดกระชากหัวใจ บ่อยครั้งก็เป็นเราที่คอยกร่อนตัวเอง ไม่มีใครหรอกที่จะไม่เคยเจ็บปวด จะเอาชนะใครไปเพื่ออะไรล่ะนั่น สำหรับเรา เมื่อมองเห็นความบิดเบี้ยวของคนอื่น ก็ทำให้เรายอมรับสิ่งนั้นที่อยู่ในตัวเรามากขึ้น และเมื่อเรายอมรับตัวเองได้มากขึ้น เราก็ปล่อยวาง และให้อภัยคนอื่นได้มากขึ้น เราเติมเต็มส่วนที่ขาดหายในตัวเรา เพราะเรายอมรับและอยู่กับมันได้ เมื่อความไม่สมบูรณ์เติมเต็มตัวมันเอง ถ้วยกระเบื้องที่แตกร้าวจึงสวยงาม August 04 I breathe, I feel I am...จริงๆ แล้วการตั้งสติอยู่กับตัวเองนี่เป็นเรื่องยากมากสำหรับเราทีเดียว เนื่องจากเป็นคนความอดทนต่ำ ไม่ค่อยอยู่กับอะไรได้นานๆ
แต่พักนี้พอรู้สึกว่าชีวิตเริ่มเป็นระบบ ก็รู้สึกว่าวิ่งไปตามสิ่งที่มันต้องเป็น ทุกวัน ทุกคืน ไม่มีอะไรแตกต่าง
จริงๆ แล้วมันก็ดีนะ ทำให้เราวางแผนชีวิตได้ง่ายขึ้น บังคับตัวเองได้มากขึ้น
รู้สึกว่ามีเพียงแค่แขนขาที่ขยับ ลูกตาที่กลอกไปมา ร่างกายที่เคลื่อนไหวไปตามที่สมองสั่ง
แต่หัวใจไม่ค่อยอยู่กับที่ วิ่งไปวิ่งมา จนเราไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้ว "ตัวเรา" อยู่ที่ตรงไหน
เลยคิดอยากจะหยุดจิตให้นิ่ง อยู่ตัวเองสักชั่วขณะหนึ่ง
แล้วก็เกิดอาการอยากไปเที่ยวเผื่อจะได้มีเวลาอยู่กับตัวเองบ้าง
(แต่มันก็ตลกดี อยากหนีไปอยู่ที่อื่น จะได้กลับมาอยู่กับตัวเอง -_-)
แต่ก็ไม่มีเวลาหนีเที่ยวง่ะ เพราะช่วงนี้หยุดงานไม่ได้
แต่เขาบอกว่า ถ้าอยากอยู่กับตัวเอง เราอยู่ได้ทุกที่ ทุกเวลา
เมื่อกี้ก็เลยลองหยุดทำทุกอย่าง แล้วสูดหายใจลึกๆ
เข้า...ฉันหายใจเข้า
ออก...ฉันหายใจออก
เข้า...ฉันหายใจเข้า
ออก...ฉันหายใจออก
เข้า........
ออก........
เข้า.......
ออก.......
อืม.......
ฉะบาย~ ^0^ |
||||
|
|